 |
ในฉบับที่ผ่านมา คอลัมน์ DRESS UP ของเราได้นำเสนอ HILUX TIGER ที่เอาแต่แรงแรงเดียว...อาจจะโดนแฟนพันธุ์แท้กระบะที่รักในเรื่องของความแปลกและสวยงามบ่นเอานิด ๆ มาคราวนี้ เป็น HILUX อีกเหมือนเดิม แต่เป็นโมเดลใหม่ที่กำลังติดตลาด เพราะมันทั้งแรง ทั้งล่ำสัน แถมยังแต่งสวยได้อีกหลายแนว ยกตัวอย่างเช่น คันนี้เล่นสวยกับชุดโป่ง PROTOTYPE มีคันเดียวแน่ ๆ เจ้าของรถดีไซน์เองกับ 2 มือ 1 มันสมอง ได้แบบที่ถูกใจก็ส่งให้ร้านไฟเบอร์ KAMINARI ย่านศรีนครินทร์ สร้างชุดโป่งที่อยากได้มาครอบทับบอดี้ที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ของ VIGO จนได้ผลงานออกมาในแนวไซเบอร์แบบนี้ "หล่อมั้ยล่ะ?"
1KD-FTV ยัด GARRETT M24 250 แรงม้า
จากเครื่องยนต์ 1KD-FTV 170 แรงม้า ใน VIGO ที่ชาวบ้านทั่ว ๆ ไปบอกว่า "แรงนัก...แรงหนา" ลองมาเจอคันนี้ดู เจอแล้วจะร้อง เพราะเครื่องยนต์ 1KD-FTV ในรถคันนี้ ขนแรงม้ามามากถึง 250 แรงม้า จากการโมดิฟายเครื่องยนต์ตามสไตล์ดีเซล มีกล่อง สเต็ปเบาะ ๆ เปลี่ยนเทอร์โบเป็น GARRETT M24 เปลี่ยนเฮดเดอร์เป็นเฮดเดอร์สเตนเลส ซึ่งเฮดเดอร์ที่รถคันนี้ใช้เป็นผลงานของ "พี่ภาส ปรีชา เฮดเดอร์" จากนั้นก็ย้ายอินเตอร์ ถอดอินเตอร์เดิมที่วางบนทิ้ง ยัดอินเตอร์ใบใหม่เข้าไปไว้ในกันชนหน้ารถ ทำให้ระบายความร้อนให้กับอากาศได้ดีขึ้น สำหรับชุดท่อทางเดินอากาศต่าง ๆ ที่อยู่ในรถคันนี้ก็เป็นท่ออะลูมิเนียมงานเนียนจากพี่ภาส ปรีชา เฮดเดอร์ อีกเหมือนกัน
และเมื่อเปลี่ยนเทอร์โบ ย้ายอินเตอร์ ทำให้สมรรถนะในระบบอัดอากาศสูงขึ้นแล้ว สเต็ปต่อมา จ่ายน้ำมันเพิ่ม งานนี้ต้องย้ายจากร้านพี่ภาส ปรีชา เฮดเดอร์ มาที่ Power Lab เพราะ VIGO คันนี้มีปั๊มที่เค้าไม่โมฯกัน ต้องเล่นกันที่ต้นตอ สมองกล ที่ต้องหลอกสัญญาณกันด้วยกล่องพ่วง POWER MAX 2 ใบที่ช่วยคุมใน 2 ระบบคือ กล่องแรกคุมเรื่องของการปรับบูสต์ ที่ต้องใช้กล่อง POWER MAX คุมบูสต์ก็เพราะว่ากล่องเดิมของ VIGO ไม่สามารถดันบูสต์หรือว่าแรงดันในระบบอัดอากาศเพิ่มเกิน 16 ปอนด์ได้ (ถ้าเกินกล่องควบคุมเดิม จะตัดเข้าสัญญาณ Check Engine)
กล่องต่อมา POWER MAX อีกเหมือนกัน กล่องใบที่ 2 นี้เป็นกล่องที่เอาไว้จ่ายน้ำมันดีเซลที่เป็นเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในปริมาณที่มากขึ้น สำหรับการควบคุมการจ่ายน้ำมันของกล่อง POWER MAX ให้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงมีความเหมาะสมกับปริมาณของอากาศนั้น ก็จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาทำการควบคุมเหมือนกับกล่องเดิมของเครื่องยนต์ แต่ที่สามารถจ่ายน้ำมันเพิ่มได้นี้ก็เพราะว่า กล่อง POWER MAX ได้ถูกออกแบบมาให้มีการปรับจูนได้แบบ Manual ตามรอบการทำงานต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ให้จ่ายในปริมาณที่ต้องการได้ ไม่เหมือนกล่องเดิมที่จะจ่ายน้ำมันในแบบ Auto ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ เพราะกล่องเดิมนั้นต้องการที่จะปกป้องเครื่องยนต์ให้มีอายุการทำงานที่ยาวนานสูงสุด ซึ่งคนที่ต้องการความแรงไม่ต้องการจุดนี้มากนัก
กล่องใบสุดท้าย LINK ชื่อนี้หลาย ๆ คนจะคุ้นกับมัน เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ กล่อง LINK ดังมาก แต่ในวันนี้บางคนอาจจะลืม ๆ มันไป เพราะไม่มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีคนที่นิยมใช้กันอยู่ สำหรับกล่อง LINK ในรถคันนี้ไม่ได้ใส่ไว้ในรกรุงรัง เพราะกล่อง LINK ในรถคันนี้มีประโยชน์อย่างมาก ใช้คุมแรงดันน้ำมันในระบบไม่ให้แรงดันตก สามารถจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยแรงดันสม่ำเสมอตลอดเวลา สำหรับเรื่องแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบนี้ก็เหมือนกับการโมดิฟายเครื่องยนต์เบนซิน ถ้าแรงดันน้ำมันในระบบตกหรือว่าไม่นิ่ง มันจะมีผลทำให้เครื่องพังได้ เพราะส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศไม่แมตช์กัน เพราะฉะนั้น แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงในระบบต้องคงที่ตลอดเวลา
 |
 |
และผลพวงจากการโมฯเครื่องยนต์ 1KD-FTV ตัวนี้ ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ออกมาก็เป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยการเซ็ตชุดเทอร์โบที่ลงตัวของพี่ภาส ปรีชา เฮดเดอร์ บวกกับการจูนกล่องแบบเนียน ๆ ของนายแมน (อ้วน) จาก Power Lab ผลที่ได้ออกมาจากการทดสอบแรงม้าบนแท่น Dyno ขณะที่ทำการปรับจูน ค่าแรงม้าสูงสุดที่ได้ออกมามีค่ามากถึง 250 แรงม้า แรงกว่าเครื่องยนต์ 1KD-FTV สแตนดาร์ดมากถึง 80 แรงม้า ถ้าใครเจอรถคันนี้วิ่งอยู่แถว ๆ ศรีนครินทร์ เห็นเป็นรถโย่ง ๆ โป่งสะดุดตา แล้วคิดจะไปแหย่ละก้อ...คิดดูให้ดีซะก่อน เพราะอาจจะโดนสวนเอาง่าย ๆ
ระบบส่งกำลัง เกียร์ออโต้ แต่ก็แรงได้ใจ
ในระบบส่งกำลัง เนื่องจากว่ารถคันนี้เป็นของผู้ใหญ่ใจดี ระบบส่งกำลังในรถคันนี้จึงยังคงใช้เกียร์ออโต้สแตนดาร์ดแบบขั้นบันได สามารถชิฟต์เกียร์ได้ (เอาไว้เล่น แก้เหงา) และก็ยังคงเอกลักษณ์ของเอกบุรุษกับรถที่มีระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ยังคงมีชุดระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออยู่เหมือนเดิม เอาไว้ใส่เกียร์ขับ 4 เล่นในเวลาที่ออกต่างจังหวัดในทางทุรกันดาร
ช่วงล่างหนึบด้วย TOT BIT แบบมี Sub Tank 6 ต้น
"ช่วงล่าง" คันนี้ไม่ธรรมดาอีกเหมือนกัน มีโช้คทั้งหมด 6 ต้น หน้า 2 หลัง 4 เพิ่มความหนึบในการยึดเกาะ สำหรับโช้คที่ใช้นี้เป็นของ TOT BIT รุ่นมี Sub Tank เอาไว้ Absorb แรงกระแทกจากแผ่นแหนบและเพิ่มความนุ่มนวลให้ใช้งานได้สบายขึ้น นอกจากนั้นในระบบช่วงล่างนี้เจ้าของรถยังได้เพิ่มความหล่อให้กับรถและเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตด้วยการเปลี่ยนชุดเบรกหน้าไปใช้เบรก ZGB 8 Pot ด้านหลังเป็น BREMBO 4 Pot ส่วนล้อก็เปลี่ยนล้อเป็นล้อ VOLK RACING TE37 ก้านยก ขนาด 18 นิ้ว ทั้ง 4 วง ยางที่ใช้ก็เป็นยางอิมพอร์ตที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะได้ดี ยาง YOKOHAMA AVS S/T ขนาด 265/65 R18 ทั้ง 4 เส้น
ภายนอก+ภายใน
อย่างที่กล่าวในตอนต้นว่ารถคันนี้เป็น PROTOTYPE มีคันเดียวในไทย มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะว่าชุดแอโรพาร์ทในรถคันนี้ การดีไซน์และการออกแบบนั้น เป็นการร่วมมือกันระหว่างคุณเจต เจ้าของรถกับทางร้าน KAMINARI FIBER ที่อยู่แถว ๆ ศรีนครินทร์ การออกแบบนั้นก็ออกแบบมาเพื่อรถคันนี้โดยเฉพาะ ผลงานที่ได้ออกมาก็ออกมาในแนวไซเบอร์ ด้วยชุดโป่งที่อลังการสะดุดตา รับกับล้อและเบรกที่ใส่อย่างสวยงาม แถมยังมีฝากระโปรงที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์และโดดเด่นด้วยสกู๊ปดักอากาศเข้าห้องเครื่องที่เป็นคาร์บอนเคฟลาร์ ซึ่งดูแล้วทุกอย่างมันลงตัว...สวย...
| "ภายใน" ไม่ธรรมดาอีกเหมือนกัน คันนี้ "สุดจริง" ภายในของรถคันนี้ไม่น้อยหน้าชุดพาร์ทรอบ ๆ ตัวรถและไม่น้อยหน้ารถซิ่งคันข้าง ๆ เปลี่ยนเบาะคู่หน้าใหม่ ยัดเบาะ Bucket Seat จาก RECARO รุ่น TOMCAT มุมคอนโซลด้านขวามีจอมอนิเตอร์ของชุด Park Sensor บนคอนโซลด้านซ้ายมีเกจ์วัดของ Defi เรียงกันอยู่เป็นตับ (5 ตัว) ชุดกล่องควบคุมของเกจ์วัด Defi ติดไว้ข้างคอนโซลกลาง ส่วนบนคอพวงมาลัยมีชุดคอนโทรลเทอร์โบ ไทม์เมอร์แปะอยู่อีก 1 ตัว