Auto2thai ??????????
   
??????? ?????? ??????? Gallery AutoGirl Webboad Contact Us SiteMap
    ซื้อ - ขาย แลกเปลี่ยน
    Wallpaper
    Clip Vdo
  
  
  
  
  
  
  
 ประกาศ ซื้อ-ขายประกาศ ซื้อ-ขายประกาศ ซื้อ-ขาย << บทความทั้งหมด  
  

การเติมลมยาง


การเติมลมยางถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการดูแลรักษายางรถยนต์ ถ้าขาดการดูแลที่ดี จะเกิดผลเสียดังนี้

Click! Here Go To Bridgestone Group Thailand

เติมลมน้อยเกินไป
ยางจะบวมล่อนได้ง่าย อายุการใช้งานลดลง  ดอกยางสึกผิดปกติ   อาจจะสึกที่ขอบยางข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง  สึกที่ไหล่ยางหรือ
สึกที่ปลายดอก มีความฝึดที่ผิวสัมผัสมาก ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกว่าปกติ

เติมสูบลมมากเกินไป
เมื่อได้รับแรงกระแทกจะระเบิดได้ง่าย อายุการใช้งานลดลง   ดอกยางโดยเฉพาะกลางหน้ายางจะสึกมาก    ถ่ายเทการสั่นสะเทือนหรือการ
กระแทกขึ้นสู่ตัวรถได้มาก   ขาดความนุ่มนวล

การเติมลมของยางล้อคู่
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเติมลม   และรักษาระดับแรงดันลมในล้อคู่ให้เท่ากันตลอดเวลา   ไม่เช่นนั้นยางเส้นที่มีแรงดันมากจะรับน้ำหนักมาก
ชำรุดเสียหายง่าย สึกหรอผิดปกติ เส้นที่เติมลมน้อยจะรับน้ำหนักน้อย การสึกของยางจะไม่เรียบเสมอกัน หรือสึกอย่างผิดปกติ

- ไม่ควรปรับความดันลมยางในขณะยางร้อน เนื่องจากความร้อนทำให้อากาศขยายตัว

- ยางเรเดียลเส้นลวดต้องเติมลมมากกว่ายางผ้าใบธรรมดา


ความแตกต่างของแรงดันลมเพียง 1 ก.ก./ซ.ม.2 หรือ 14 ปอนด์/ตร.นิ้ว จะรับน้ำหนักต่างกันถึง 400 ก.ก. ถ้าแรงดันลมต่างกัน 2 ก.ก./
ซ.ม.2 หรือ 28 ปอนด์/ตร.นิ้ว จะรับน้ำหนักต่างกันถึง 800 ก.ก. ในกรณีแรงดันลมต่างกัน 2 ก.ก./ซ.ม.2 หรือ 28 ปอนด์/ตร.นิ้ว ยางเส้น
ที่เติมลมมาก   จะมีอายุใช้งานเพียง 70%   เส้นที่ลมยางอ่อนจะมีอายุการใช้งานเหลือเพียง 45%    การเติมลมให้เท่ากันจึงมีความจำเป็น
อย่างยิ่ง



เพราะฉะนั้น จึงควรเติมลมให้พอดี ตามเกณฑ์ที่โรงงานกำหนด หรือพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งาน นอกจากต้องเติมลมให้ถูก
ต้องแล้วจะต้องมีการตั้งศูนย์ล้อ ตั้งมุมของล้อหน้า ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรฐานของรถยี่ห้อนั้นๆ อีกด้วย


การตรวจเช็คลมยาง ควรตรวจเช็คในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ และเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องควรเติมลมยางให้ได้ตามมาตรฐานที่บริษัทรถกำหนด

นอกจากนี้ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเก็บยางไว้นานๆ  ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยางสัมผัสกับความร้อน  แสงแดด ลม ฝน ความชื้น น้ำมัน และ
สารเคมีต่างๆ  หากสามารถปฏิบัติได้ตามนี้ อายุการใช้งานของยางก็จะยาวนานขึ้น
ผู้โพสท์ ที่มา : http://www.bridgestone.co.th   วันที่ : 24-10-2008 11:08:04 view : 16867  
 แสดงความคิดเห็น แสดงความคิดเห็น ::
   
ข้อความ :
ชื่อ/Email :
ใส่รหัสภาพ : 
   
   
#ความเห็นที่ 13
ขอบคุณครับ ที่ให้ความแน่ะนำดีๆ งัฟ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : santum1123@hotmail.com   ผู้โพสท์  12/08/2010 09:20:40

#ความเห็นที่ 12
ถามหน่อยครับ ใช้ยาง 205/55/R16 ต้องเติมลมเท่าไหร่ครับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : thanadeth_a@hotmail.com   ผู้โพสท์  21/05/2010 13:18:28

#ความเห็นที่ 11
ผมใช้ยาง 195/50 R 15 ควรเติมเท่าไร่
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : phanuwatpe@gmail.com   ผู้โพสท์  14/03/2010 20:21:30

#ความเห็นที่ 10
ผมใช้ยาง215/45-17.ใส่กระบะจะต้องเติมลมเท่าไหร่ครับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : peeranat@live.com   ผู้โพสท์  11/01/2010 21:51:31

#ความเห็นที่ 9
ผมใช้ยาง215/50-17 ควรเติมเท่าไรดีครับ(ขอบคุณครับ)
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : bhen@hotmail.com   ผู้โพสท์  22/09/2009 18:25:02

#ความเห็นที่ 8
ผมใช้ยาง 195/60 R 15 หน้าเติมเท่าไรครับ หลังบรรทุกถังแก๊สขนาด 75 ลิตร ควรเติมเท่าไรครับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : j-dongatts-27@hotmail,com   ผู้โพสท์  10/08/2009 00:28:49

#ความเห็นที่ 7
ผมใช้ยาง 195/50 R 15 ควรเติมเท่าไร่
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : moomanu52@windowslive.com   ผู้โพสท์  27/07/2009 12:54:35

#ความเห็นที่ 6
ผมใช้ยาง 215/45 ควรเติมลมยางเท่าไรดีครับพี่
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : lar.livehot@mail.com   ผู้โพสท์  19/07/2009 11:24:34

#ความเห็นที่ 5
ใช้ยาง 195/55 R 15ควรเติมลมยางเท่าไรดีเดินทางไกลบ่อย ขอบคุณครับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : arthit@hotmail.com   ผู้โพสท์  27/06/2009 09:57:54

#ความเห็นที่ 4
เพิ่งมารู้ นะเนี่ย อิอิ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : darkedition   ผู้โพสท์  25/03/2009 14:01:50

#ความเห็นที่ 3
ผมใช้ยาง 215/50 17ใส่หลังคาแครี่บอยด้วย จะเติมลมยางเท่าไรดีคับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : หมู   ผู้โพสท์  02/02/2009 18:33:39

#ความเห็นที่ 2
ยาง 215 65 15 รถ dmax2500 turbo เติมลมเท่าไรดีครับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : nop2026@sanook.com   ผู้โพสท์  10/12/2008 23:21:37

#ความเห็นที่ 1
ได้ความรู้เยอะเลยครับ
ผู้โพสท์ ผู้โพสท์ : เอ็ม   ผู้โพสท์  28/11/2008 14:06:06

เธฃเธ–เธขเธ™เธ•เนŒเธกเธทเธญ2 | civic evo mazda2 เธ›เธฃเธฐเธ”เธฑเธšเธขเธ™เธ•เนŒ | เธฃเธ–เธเธฃเธฐเธšเธฐ เธฃเธ–เธกเธทเธญ2 | เธฃเธ–เธกเธทเธญเธชเธญเธ‡ | เธฃเธฑเธšเธ‹เธทเน‰เธญเธฃเธ– | เธ›เธฃเธฐเธเธฑเธ™เธ เธฑเธข | เน„เธŸเนเธ™เธ™เธ‹เนŒ | เธฃเธ–เนเธ•เนˆเธ‡ | เธฃเธ–เธขเธ™เธ•เนŒเธกเธทเธญเธชเธญเธ‡ | เธฃเธ–เธกเธทเธญเธชเธญเธ‡ |  :: เธฃเธ–เธขเธ™เธ•เนŒ 
เน€เธเธกเธชเนŒเธฃเธ–เนเธ‚เนˆเธ‡ | เน€เธเธกเธชเนŒเนเธ‚เนˆเธ‡เธฃเธ– | เน€เธเธกเธชเนŒเธ•เนˆเธญเธชเธนเน‰ |เน€เธเธกเธชเนŒเธ—เธณเธญเธฒเธซเธฒเธฃ | :: เน€เธเธกเธชเนŒ 
Volvo | Isuzu | Camry | เธฃเธนเธ› เธชเธฒเธงเธชเธงเธข | เนเธŠเธ— เธ„เธธเธขเธชเธ” | เธ เธฒเธžเน€เธ„เธฅเธทเนˆเธญเธ™เน„เธซเธง |  :: เน€เธงเน‡เธšเน€เธžเธทเนˆเธญเธ™เธšเน‰เธฒเธ™ 
  © AUTO2THAI. All rights reserved. Page Ranking Tool Valid XHTML 1.0 Transitionalantispam